collapse
หน้า: 1   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: น่าห่วง! ผลวิจัยเผยคนไทยเมินบริโภค "แคลเซียม"  (อ่าน 1070 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
กองบรรณาธิการ
081-590-4999
Administrator
Sr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 388

รับสมัครสมาชิก


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2009, 12:23:58 PM »

      เป็นสถานการณ์ที่ชวนให้วิตกไม่น้อย ภายหลังจากที่ "สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย" หรือสกว. ได้ออกมาเผยผลการศึกษาในเรื่องการบริโภคแคลเซียมผ่านอาหารของคนไทย สรุปได้ว่าในปัจจุบันนี้ คนไทยจำนวนไม่น้อยบริโภคแคลเซียมเพียงแค่ 30% ของความต้องการในแต่ละวันเท่านั้น! และที่ชวนให้ประหลาดใจไปกว่านั้นคือข้อมูลที่พบว่า คนในวัยผู้ใหญ่ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ทั้งหญิงและชายได้รับแคลเซียมโดยเฉลี่ยเพียง 361 มก.ต่อวันเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากหากเทียบกับปริมาณที่เหมาะสมที่กระทรวงสาธารณสุขได้แจ้ง เอาไว้ว่า ผู้ใหญ่ควรได้รับแคลเซียมจากอาหารอย่างน้อย 800 มก.
      
       ที่ว่าชวนให้น่าประหลาดใจสำหรับคนวัยผู้ใหญ่ในเมืองใหญ่ อย่างกรุงเทพฯ ซึ่งหาซื้อสรรพอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียมได้ง่าย เมื่อสำรวจและหาค่าเฉลี่ยออกมาแล้ว ยังพบว่าร่างกายยังขาดแคลเซียมในแต่ละวันกว่าครึ่งเช่นนี้ ทำให้คิดห่วงไปถึงประชาชนในจังหวัดต่างๆ ทุกภูมิภาค ที่บางแห่งอาจจะกันดาร ร้านค้าไม่มากเท่าเมืองใหญ่ๆ หรือสื่อต่างๆ ที่จะให้ความรู้ถึงคุณประโยชน์ของแคลเซียมอาจจะมีไม่มากเท่าในเมืองใหญ่ จะบริโภคแคลเซียมกันมากน้อยสักเท่าใด
      
       นี่ยังไม่นับรวมว่าขนาดผู้ใหญ่ที่มีความรู้และได้รับความรู้มากกว่า เด็กและเยาวชนก็ยังบริโภคน้อย แล้วเด็กๆ จะได้รับคำแนะนำให้บริโภคแคลเซียมซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตหรือไม่
      
       ...ถือเป็นสถานการณ์ที่น่าห่วงเอาการ...
      

ภาพจาก manager.co.th

       เพราะในความเป็นจริงแล้ว แคลเซียมเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างยิ่งยวดไม่แพ้สารอาหารสำคัญ อื่นๆ แคลเซียมเป็นส่วนเสริมสร้างสุขภาพฟัน กระดูก รวมไปจนถึงเส้นผม เล็บ หรือแม้กระทั่งเซลล์ประสาท เนื้อเยื่อ เลือด และของเหลวอื่นๆ ในร่างกาย ก็จำต้องอาศัยแคลเซียมช่วยเสริมสร้างทั้งสิ้น แม้กระทั่งภาวะความดันโลหิต แคลเซียมก็มีส่วนช่วยในเรื่องของการควบคุมภาวะความดันโลหิตสูง
      
       ในวัยเด็ก แคลเซียมมีบทบาทอย่างยิ่งยวดต่อการเจริญเติบโตด้านกายภาพ โดยเฉพาะช่วงที่เข้าสู่วัยรุ่น กระดูกจะเติบโตในอัตราที่รวดเร็ว สังเกตว่าหากคุณพ่อคุณแม่บ้านไหนใส่ใจและพยายามให้ลูกกินอาหารที่อุดมไปด้วย แคลเซียม อาทิ นม ก็จะพบว่าลูกมักจะเติบโตและมีความสูงกว่าเพื่อนๆ วัยเดียวกัน
      
       นอกจากนี้ ในการทำงานของร่างกายในมิติอื่นๆ ยังพบอีกด้วย ร่างกายมีความต้องการแคลเซียมเพื่อการทำงานของระบบต่างๆ เช่น การส่งเสริมการทำงานของกระแสประสาท การทำงานของกล้ามเนื้อ การเต้นตามปกติของหัวใจ การกระตุ้นให้เกิดการหลั่งของฮอร์โมน และการกระตุ้นปฏิกิริยาของเอ็นไซม์ต่างๆ
      
       ที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งการที่ร่างกายได้รับแคลเซียมในปริมาณที่ ไม่เพียงพอนั้น จะส่งผลร้ายในระยะยาวคือความเสี่ยงต่อ "ภาวะกระดูกพรุน" โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ และปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้คนไทยบริโภคแคลเซียมไม่เพียงพอต่อความต้อง การของร่างกายก็คือ การกินอาหารซ้ำ การกินอาหารที่ไม่หลากหลาย และนี่อาจจะเป็นปัจจัยที่อธิบายได้ว่าเหตุใดประชากรในวัยผู้ใหญ่ในเมืองใหญ่ อย่างกรุงเทพฯ จึงบริโภคแคลเซียมต่ำ ซึ่งนั่นอาจจะเป็นเพราะความเร่งรีบอันเป็นวิถีชีวิตประจำวันจนทำให้ "เอาง่ายเข้าว่า" หลายคนฝากท้องไว้กับร้านอาหารประจำที่ทำแต่เมนูเดิมๆ จำพวก ผัดกระเพรา ไข่เจียว ไข่ดาว หมูทอด แกงไก่ ฯลฯ กินซ้ำไปซ้ำมา และในแต่ละวันก็ยุ่งเกินกว่าจะออกไปหาอาหารดีๆ มีประโยชน์ให้ร่างกาย
      
       อ่านถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะเริ่มตระหนักในคุณค่าและความจำเป็นของแคลเซียมขึ้นมาแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปหาอาหารที่อุดมแคลเซียมจากที่ไหนมาเตรียมให้ตัวเองและ ครอบครัวได้ทุกวัน...อันนี้ไม่ยากเลย เพราะเมนูที่อุดมไปด้วยแคลเซียมนั้นอยู่ใกล้ตัวนิดเดียว หากแต่ต้องรู้จักว่าในอาหารประเภทใดบ้างที่มีแคลเซียม



ภาพจาก http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000131819

อ้างอิงที่มา "สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย" หรือสกว.
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000131819
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 06, 2009, 12:37:00 PM โดย กองบรรณาธิการ » บันทึกการเข้า

กองบรรณาธิการ
081-590-4999
Administrator
Sr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 388

รับสมัครสมาชิก


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2009, 12:25:48 PM »

      
      ท้ายที่สุด ที่จะลืมไปเสียไม่ได้ และถือเป็นพระเอกของ "แคลเซียม" อย่างหนึ่งก็คือ "นม" โดยเฉพาะนมแคลเซียมสูง จากที่เห็นในตารางด้านล่างว่า มีปริมาณแคลเซียมถึง 560 มิลลิกรัมต่อ 1 หน่วยบริโภค หรือ มีแคลเซียมสูงถึง 70% ซึ่งน่าจะเป็น "ตัวช่วย" ที่ดีในวันที่แสนยุ่งเหยิง แค่เดินเข้าร้านสะดวกซื้อ เพียงเท่านี้ร่างกายก็จะได้แคลเซียมเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่าง กาย และหากจะให้ดีที่สุด กินอาหารที่ดี มีประโยชน์ ควบคู่ไปกับการดื่มนมที่มีแคลเซียมสูงเป็นประจำทุกวัน เพียงเท่านี้ร่างกายของคุณก็จะได้แคลเซียม 100% ตามที่ร่างกายต้องการ
      
       (ข่าวประชาสัมพันธ์)

อ้างอิงที่มา "สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย" หรือสกว.
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000131819
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 06, 2009, 12:40:19 PM โดย กองบรรณาธิการ » บันทึกการเข้า

jokerzero
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2010, 06:50:01 PM »

เล่เข้ามาจร้าลองเข้ามาดูกานนะจร้า
ลดขา | อาหารดี
บันทึกการเข้า
mrhengrasmee
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 08, 2010, 01:20:07 AM »

ข้อมูลดีครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คลิกค้นจนเจอ




ติดต่อสอบถาม:
081-590-4999
www.Suprederm.org - www.Suprederm.net - www.Suprederm.co.th
Link Exchange: FreeMac.net | B2B.in.th | WalkRally.net - Training-Th.com | TrainerThai.com
Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.1 © 2008-2009, SimplePortal | Thai language by ThaiSMF

สุพรีเดอร์ม ดอท โออาร์จี : Theme Clear by Crip
Valid CSS! Valid XHTML 1.0!